วิชาการสัมพันธ์   นำเสนอโดย....."ครูนิล"

                      ดิฉันเป็นครูสอนอยู่ในชนบท เด็กนักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะปานกลางและค่อนข้างยากจน และมีเด็กจำนวน

       หนึ่งที่มีปัญหาครอบครัว ทั้งที่เลิกร้างและเสียชีวิต  เด็กเหล่านี้น่าสงสาร  การเรียนก็ไม่ดี ครูจึงเป็นคนสำคัญที่จะดูแล

       เอาใจใส่ทั้งในเรื่องความเป็นอยู่ สภาพจิตใจและการเรียน ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้จะเรียนไม่ทันเพื่อน  ดิฉันจึงพยายาม

       ใช้วิธีการสอนที่เหมาะสมกับเด็กกลุ่มนี้  เช่น  ใช้สื่อ  ใช้เพลง  สร้างแบบฝึกที่ง่าย ๆ เพื่อให้เขาสามารถเรียนได้

       แผนการสอนซ่อมเสริม เรื่อง คำที่ประสมด้วยสระ โ-  จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งสำหรับสอนเด็กกลุ่มนี้

      แผนการสอนซ่อมเสริม เรื่อง คำที่ประสมด้วยสระ โ-

          จุดประสงค์การเรียนรู้

                   ๑.นักเรียนอ่านและเขียนคำที่ประสมด้วยสระ โ- ได้ถูกต้อง

                   ๒.นักเรียนทำแบบฝึกชุดอ่านออก เขียนได้ ง่ายนิดเดียว เล่ม ๑ แบบฝึกที่ ๔ ได้

                   ๓.นักเรียนร่วมกิจกรรมด้วยความสนุกสนาน

          วิธีสอนและกิจกรรมการเรียนรู้

                    ๑. ครูแขวนแผนภูมิเพลงสระ โ- ที่กระดานดำ ครูอ่านเนื้อเพลงให้นักเรียนฟัง ๑ เที่ยว นักเรียนอ่านเนื้อเพลง

        ตามครู ๒ - ๓ เที่ยว

เพลง สระโอ

โอ...........   ส้มโอ  สิงโต  แตงโมง  ไมโล

คำเหล่านี้ล้วนมีสระโอ      โอ ชอบอยู่หน้าใคร ๆ

พยัญชนะชอบใจ      วิ่งไล่ตามหลังเจ้าสระ  โ-

                     ๒. ครูร้องเพลงให้นักเรียนฟัง ให้นักเรียนร้องตามจนคล่อง ครูแจกรูปส้มโอ รูปแตงโม กล่องไมโล รูปสิงโต

          และสระ   โ-   ให้นักเรียน

                     ๓. ให้นักเรียนช่วยกันคิดท่าเต้นประกอบเพลงโดยใช้สื่อจากกิจกรรมที่ ๒

                     ๔. ครูและนักเรียนช่วยกันร้องเพลงและเต้นประกอบเพลงตามตามที่คิดไว้

                     ๕. ครูนำสนทนาเกี่ยวกับคำในบทเพลง โดยเน้นคำที่ประสมด้วยสระ โอ ให้นักเรียนฝึกอ่าน เช่นคำว่า

         ส้มโอ     สิงโต    แตงโม    ไมโล

                     ๖. ครูแนะนำให้นักเรียนฝึกประสมคำ  โดยให้นักเรียนคนที่ ๑ ถือสระ  โ-   นักเรียนคนที่ ๒ ถือพยัญชนะ 

         มายืนใกล้ ๆ กัน นักเรียนคนที่เหลือช่วยกันอ่านและเขียนคำที่ได้ไว้บนกระดานดำ นักเรียนผลัดกันประสมคำ

         โดยเปลี่ยนพยัญชนะต้นไปเรื่อย ๆ จนสามารถอ่านได้อย่างคล่องแคล่ว

                      ๗. ครูและนักเรียนร้องเพลงสระ โ- ร่วมกันอีกครั้ง สร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน

                      ๘. นักเรียนทำแบบฝึกชุด อ่านออก เขียนได้ ง่ายนิดเดียว เล่ม ๑ แบบฝึกหัดที่ ๔

          สื่อการเรียนการสอน

                      ๑. เพลงสระ   โ-

                      ๒. บัตรภาพ  แตงโม  ส้มโอ  สิงโต  ไมโล (อาจใช้ของจริงแทนภาพก็ได้ ยกเว้น สิงโต )

                      ๓. ตัวพยัญชนะขนาดใหญ่  เช่น  ต   บ    อ    ค    พ    ม    ล    ย    ข    ห    ถ    ผ

                      ๔. สระ  โ-  ขนาดใหญ่

                       หมายเหตุ  ความสูงของพยัญชนะและสระ  ประมาณ ๖  นิ้ว (คุณครูทำได้เองค่ะ)

          การวัด/ประเมินผล

                       วิธีการ

                                  ๑. สังเกตพฤติกรรม

                                                  - สังเกตการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระโอ

                                                  - การร่วมกิจกรรม

                                  ๒. ตรวจผลงาน

                                                  - การทำแบบฝึก

                       เครื่องมือ  (ดูภาคผนวก)

                                  ๑. แบบสังเกตการอ่านและการเขียนคำ

                                  ๒. แบบสังเกตการร่วมกิจกรรม

                                  ๓. เกณฑ์การประเมินผล

 

             

                บ้านเนินเขา  ซอย  ๙  หาดใหญ่  สงขลา

                ๓๑ ตุลาคม  ๒๕๕๐

                สวัสดีค่ะ  ....  ดิฉันได้สร้างสื่อการเรียนการสอนที่เป็นเอกสารไว้มากมาย แต่ในระยะหลังนี้หันไปสนใจ       สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เหตุผลเนื่องจากว่าบางครั้งเมื่อเราไปหาซื้อสื่อที่ขายตามท้องตลาด  หลายครั้งค่อนข้าง        จะผิดหวัง  เพราะสื่อ  เหล่านั้นมีเนื้อหาไม่ตรงกับความต้องการ ดิฉันพยายามเรียนรู้การทำสื่อด้วยตนเองแต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะการจัดทำยุ่งยากซับซ้อนเกินกว่าที่ ครูแก่ ๆ คนหนึ่งจะทำได้ โชคดีมากที่ดิฉันได้  อาจารย์นิพนธ์  ธนพัฒน์ศิริ  ช่วยสอนช่วยแนะนำให้อย่างดี(ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ) เรียกได้ว่า "ท่านคือครูคอมฯ ประจำบ้าน"  ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

               "วิชาการสัมพันธ์"  สำหรับวันนี้ ดิฉันจะนำเสนอวิธีการสอนเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้น ป.๖ แนวคิด ในการสอนแว้บขึ้นมาในสมอง  จึงได้ทดลองสอนดู ๑ ภาคเรียน วิธีการสอนก็ไม่ยุ่งยากมากนัก ...ตามมาซิคะ

                 วันหนึ่ง...ดิฉันพาลูกไปร้านหนังสือก็ได้เจอสมุดบันทึกเล่มเล็ก ๆ น่ารักมาก คิดว่าเด็ก ๆ คงชอบ เลือกมาได้๑๐เล่ม แล้วก็ลงมือเขียนบันทึกประจำวันของตนเองลงในทุกเล่ม เสร็จแล้วก็นำไปให้นักเรียนชั้น ป.๖ อ่านดู โอ้โฮ !     เด็ก ๆ ชอบมากค่ะ (เริ่มจะเข้าทางแล้วล่ะ) ดิฉันจึงให้เขาเลือกไปคนละเล่ม(นักเรียนทั้งห้องมี ๑๔ คน) แต่ก่อนจะให้ก็มีข้อตกลงกันว่า เด็ก ๆ จะต้องเขียนบันทึกประจำวันของตนเองมาส่งครู ถ้าใครส่งมาให้ครูอ่าน ครูก็จะเขียนบันทึกประจำวัน ของครูให้นักเรียนอ่านด้วยทุกครั้งไป เด็ก ๆ ตั้งใจเขียนกันอย่างดี มีบางคนที่เขียนไม่ค่อยได้ ลำดับความไม่ต่อเนื่อง      วกไปวนมา ดิฉันก็อธิบายเพิ่มเติมให้ แต่ส่วนใหญ่นักเรียนก็จะเลียนแบบการเขียนของครู ในสมุดบันทึกเล่มนั้นจึงมีผลงานการเขียนทั้งของครูและของนักเรียน ...

               ดิฉันดีใจมากที่เด็ก ๆ ขยันเขียน ใครเขียนส่งมาดิฉันก็จะเปิดอ่านทันที แล้วก็หยอดคำหวานเพื่อเป็นการ     เสริมแรง... หนูเขียนดีมากเลยค่ะ เจ้าของสมุดบันทึกก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ด้วยความภาคภูมิใจ บางคนเขียนได้ ๕ บรรทัด     ก็พยายามเขียนให้ได้มากขึ้น บางคนลายมือดูไม่ได้เลย ก็พยายามเขียนให้สวยขึ้น  ดิฉันเห็นความพยายามของเด็กแล้ว   ชื่นใจ ... แต่สำหรับตัวเองค่อนข้างเหนื่อยสักหน่อย  เพราะต้องคิด ๆ เขียน ๆ ลงในสมุดทั้ง ๑๐ เล่ม ถ้าจะเขียนเหมือนกันทุกเล่มก็กลัว เสียหน้าถ้าเขียนน้อยไปก็จะโดนเด็ก ๆ ประท้วง  การสอนแบบนี้มีส่วนดีอยู่หลาย ๆ ด้าน เช่น นักเรียนไม่รู้สึกกลัวในการเขียน การเขียนเป็นเรื่องไม่ยากอย่างที่คิด   ความคิดกับการเขียนต้องไปด้วยกัน  จะเขียนสั้นเขียนยาว       เขียนรู้เรื่องบ้าง  ไม่รู้เรื่องบ้างครูก็ไม่เคยตำหนิ  มีแต่แนะนำและเขียนให้ดู  คุณครูต้องใจเย็นนะคะ

               การสอนให้เด็กเขียนไม่ค่อยประสบควมสำเร็จก็เนื่องมาจากครูบางส่วนไม่เข้าใจวิธีการสอนและไม่เข้าใจ   ความรู้สึกของเด็ก  เริ่มต้นสอนก็จะให้เด็กเขียน  คำนำ  เนื้อเรื่อง  สรุป  สอนเท่าไรเด็กก็เขียนไม่ได้สักที ...

              ลองหาวิธีสอนใหม่ ๆ ตามแบบของคุณครูเองบ้างนะคะ   นำทฤษฎี หลักการมาประยุกต์ให้เหมาะสม ทดลองใช้  และปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ  จนกว่าจะค้นพบ  และนี่ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้... การสอนให้เด็กเขียนเรื่องได้  กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ  สบายใจทั้งเด็กทั้งครู ...  สวัสดีค่ะ

 

ตัวอย่างงานเขียนของนักเรียน

             เขียนที่บ้าน

             ๑๑  มิถุนายน  ๒๕๕๐

             วันนี้ฉันได้อ่านบันทึกของคุณครู  คุณครูเขียนได้ดีมาก  ตอนนี้ฉันจะเขียนบันทึกให้คุณครูอ่านบ้าง  ฉันเขียนบันทึกในตอนเย็นหลังจากกลับมาจากโรงเรียน  วันก่อนฉันไปเข้าค่ยพุทธบุตรที่วัด  กลับมาก็เป็นไข้  แต่ฉันก็มีความสุข  ตอนที่ฉันเข้าค่ายพุทธบุตรฉันได้นอนกับเพื่อน ๆ ได้เรียนภาษาบาลีจากพระอาจารย์เสรี  พระอาจารย์เสรีสอนดีและสอนสนุกมาก แบบ Happy Happy  และอยากขอบคุณคุณครูที่ทำอาหารอร่อยให้รับประทานกัน  ถ้าหากมีโอกาสฉันอยากไปเข้าค่ายพุทธบุตรอีก  แต่ฉันเสียดายที่ต้องจบป.๖ ต้องจากโรงเรียนบ้านคลองช้างไป

              วันนี้ตอนเย็นฝนตกหนักมาก  และตกทุกวันจนแม่และพ่อของฉันไม่มีรายได้เพราะไม่ได้กรีดยาง  ต้องขอโทษคุณครูด้วยที่รีบเขียนไปหน่อยเพราะต้องรีบไปล้างจานอีก  ฉันจะเขียนบันทึกให้คุณครูอ่านเยอะ ๆ และทุกวันเลยค่ะ      วันนี้ลอกกลอนจากหนังสือในห้องสมุดมาให้คุณครูอ่านด้วย

              สร้างความดีใครไม่เห็นเป็นไรเล่า          ขอให้เราทำความดีที่สร้างสรรค์

        ใครจะเห็นไม่เห็นไม่สำคัญ                         ความดีนั้นสร้างชาติไทยให้เจริญ

              

          

 

                                                                                                              กลับสู่หน้าหลัก